pics
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ข้อสอบคุณคนเมืองก่
ข้อสอบกำเมือง
1. คำว่า “เตี่ยว” ในภาษาเหนือข้อใดสวมใส่ไม่ได้
ก. เตี่ยวหม้อห้อม
ข. เตี่ยวหม้อนึ่ง
ค. เตี่ยวสะดอ
ง. เตี่ยวโหย้ง
2. “มะละกอ” ภาษาเหนือเรียกว่าอะไร
ก. บ่าก้วยก๋า
ข. บ่าก้วยเกว๋น
ค. บ่าก้วยแก๋ว
ง. บ่าก้วยเต้ด
3. การพูดจากลับกลอกไปมา ตรงกับคำเหนือในข้อใด
ก. ซะป๊ะซะเป้ด
ข. สะเบิ้งสะเจิ่ง
ค. สับปะหลี้
ง. หล้องหลัง
4. คนที่พูดคำไหนคำนั้น ไม่เปลี่ยนใจ คนเหนือเรียกว่าคนประเภทใด
ก. คนบั๊กเดว
ข. คนบ่ามีบั๊ก
ค. คนบั๊กเลิ้ก
ง. คนบ่าเก่า
5. สตรีที่หย่าหรือเลิกกับสามี คือข้อใด
ก. แม่หม้าย
ข. แม่ฮ้าง
ค. แม่เฮือน
ง. แม่อุ๊ย
6. ข้อใดไม่ใช่ชื่อผลไม้ของภาษาเหนือ
ก. บ่าเต้า
ข. บ่าตื๋น
ค. บ่าก้วยเต้ด
ง. บ่าแก่นต๋า
7. ข้อใดคือคำเปรียบเทียบ “ไล่การโกหกหรือจับเท็จเพื่อเอาความจริง”
ก. ไล่ไก่
ข. ไล่เหล่า
ค. ไล่วอก
ง. ไล่ฮำ
8. คนที่พูดติดอ่างคนเหนือเรียกว่าคนประเภทใด
ก. คนปากแซ่ม
ข. คนปากเจ็บ
ค. คนปากถอบ
ง. คนปากกั๊ก
9. ข้อใดหมายถึงการนั่งพับเพียบ
ก. นั่งหม็อบแหม็บ
ข. นั่งเป้อละเหม้อ
ค. นั่งหย่องเข๊าะ
ง. นั่งเมอะ
10. “น้ำลายเหนี่ยวที่เห็นไหลยืด” คือข้อใด
ก. น้ำง่าว
ข. น้ำโป้
ค. น้ำเต้ย
ง. น้ำบวย
11. “น้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิงค์” ภาษาเหนือเรียกว่าอะไร
ก. เหมยแข็ง
ข. เหมยขาบ
ค. เหมยจ๊าง
ง. เหมยหมอก
12. ข้อใดมีความหมายว่า “ด่า”
ก. บ่าเก่า
ข. บ่าดาย
ค. บ่าเดี่ยว
ง. บ่าวอก
13. คำชมเชยว่า “เก่งหรือมีความสามารถ” คือข้อใด
ก. อาละ
ข. อ้ออ๋อย
ค. แอ่นแล้
ง. อ๊อดฮ้อด
14. ข้อใดหมายถึง “กะทะ”
ก. หม้อแก๋ง
ข. หม้อขาง
ค. หม้อดอก
ง. หม้อหน้าฮก
15. คนที่จมูกโด่งเป็นสัน เรียกคนประเภทใด
ก. คนดังแหม็บ
ข. คนดังบืด
ค. คนดังจ๋อง
ง. คนแตงดัง
ประเมิน - ตอบถูกหมด เป็นคนเหนือ 100 %
- ตอบถูก 11-15 ข้อ เป็นคนเหนือ แต่ไปอยู่ที่อื่นนาน
- ตอบถูก 6 – 10 ข้อ เป็นลูกเขย หรือลูกสะใภ้ คนเหนือ
- ตอบถูกไม่ถึง 5 ข้อ เป็นคนภาคอื่น
1. คำว่า “เตี่ยว” ในภาษาเหนือข้อใดสวมใส่ไม่ได้
ก. เตี่ยวหม้อห้อม
ข. เตี่ยวหม้อนึ่ง
ค. เตี่ยวสะดอ
ง. เตี่ยวโหย้ง
2. “มะละกอ” ภาษาเหนือเรียกว่าอะไร
ก. บ่าก้วยก๋า
ข. บ่าก้วยเกว๋น
ค. บ่าก้วยแก๋ว
ง. บ่าก้วยเต้ด
3. การพูดจากลับกลอกไปมา ตรงกับคำเหนือในข้อใด
ก. ซะป๊ะซะเป้ด
ข. สะเบิ้งสะเจิ่ง
ค. สับปะหลี้
ง. หล้องหลัง
4. คนที่พูดคำไหนคำนั้น ไม่เปลี่ยนใจ คนเหนือเรียกว่าคนประเภทใด
ก. คนบั๊กเดว
ข. คนบ่ามีบั๊ก
ค. คนบั๊กเลิ้ก
ง. คนบ่าเก่า
5. สตรีที่หย่าหรือเลิกกับสามี คือข้อใด
ก. แม่หม้าย
ข. แม่ฮ้าง
ค. แม่เฮือน
ง. แม่อุ๊ย
6. ข้อใดไม่ใช่ชื่อผลไม้ของภาษาเหนือ
ก. บ่าเต้า
ข. บ่าตื๋น
ค. บ่าก้วยเต้ด
ง. บ่าแก่นต๋า
7. ข้อใดคือคำเปรียบเทียบ “ไล่การโกหกหรือจับเท็จเพื่อเอาความจริง”
ก. ไล่ไก่
ข. ไล่เหล่า
ค. ไล่วอก
ง. ไล่ฮำ
8. คนที่พูดติดอ่างคนเหนือเรียกว่าคนประเภทใด
ก. คนปากแซ่ม
ข. คนปากเจ็บ
ค. คนปากถอบ
ง. คนปากกั๊ก
9. ข้อใดหมายถึงการนั่งพับเพียบ
ก. นั่งหม็อบแหม็บ
ข. นั่งเป้อละเหม้อ
ค. นั่งหย่องเข๊าะ
ง. นั่งเมอะ
10. “น้ำลายเหนี่ยวที่เห็นไหลยืด” คือข้อใด
ก. น้ำง่าว
ข. น้ำโป้
ค. น้ำเต้ย
ง. น้ำบวย
11. “น้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิงค์” ภาษาเหนือเรียกว่าอะไร
ก. เหมยแข็ง
ข. เหมยขาบ
ค. เหมยจ๊าง
ง. เหมยหมอก
12. ข้อใดมีความหมายว่า “ด่า”
ก. บ่าเก่า
ข. บ่าดาย
ค. บ่าเดี่ยว
ง. บ่าวอก
13. คำชมเชยว่า “เก่งหรือมีความสามารถ” คือข้อใด
ก. อาละ
ข. อ้ออ๋อย
ค. แอ่นแล้
ง. อ๊อดฮ้อด
14. ข้อใดหมายถึง “กะทะ”
ก. หม้อแก๋ง
ข. หม้อขาง
ค. หม้อดอก
ง. หม้อหน้าฮก
15. คนที่จมูกโด่งเป็นสัน เรียกคนประเภทใด
ก. คนดังแหม็บ
ข. คนดังบืด
ค. คนดังจ๋อง
ง. คนแตงดัง
ประเมิน - ตอบถูกหมด เป็นคนเหนือ 100 %
- ตอบถูก 11-15 ข้อ เป็นคนเหนือ แต่ไปอยู่ที่อื่นนาน
- ตอบถูก 6 – 10 ข้อ เป็นลูกเขย หรือลูกสะใภ้ คนเหนือ
- ตอบถูกไม่ถึง 5 ข้อ เป็นคนภาคอื่น
คนคนนี้น่าอ่านครับ
เบื้องหลังความสำเร็จของคุณสมชาย เหล่าสายเชื้อ ดีลเลอร์โตโยต้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ท่าม กลางวิกฤตของแบรนด์ โตโยต้า ทั่วโลกที่ต้องเรียกคืนรถยนต์หลายรุ่นนับล้านคันมาแก้ไขข้อบกพร่อง แต่ที่ประเทศไทย โตโยต้า ยังครองยอดขายอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะ โตโยต้าดีเยี่ยม อุบลราชธานี ของเสี่ย สมชาย เหล่าสายเชื้อ เจ้าของโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชีย เบื้องหลังความสำเร็จ หนุ่มเมืองจันท์ แห่ง ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ( คอลัมภ์นิสต์) จะเล่าให้ฟัง
" หนุ่มเมืองจันท์ " เล่าว่า ผมเพิ่งกลับจากงาน " MICT สร้างคน สร้างชาติ " ที่จังหวัดอุบลราชธานี
ผมคุยกับ " สมชาย เหล่าสายเชื้อ " เจ้าของ " โตโยต้าดีเยี่ยม " ดีลเลอร์ขายรถโตโยต้ารายใหญ่ของอุบลราชธานี บอกตรงๆ ว่าไม่รู้จัก
ตอนอ่านข้อมูลของ " สมชาย " ที่ทีมงานส่งมาให้ก็เริ่มสนใจมากขึ้น
แต่พอได้เจอตัวจริง ยิ่งคุยยิ่งตะลึง ... ไปอยู่ที่ไหนมา
" โตโยต้าดีเยี่ยม " เป็นโชว์รูมของโตโยต้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 22 ไร่เศษ ใช้เงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท
และกำลังขยายไปอีก 60 ไร่
แต่ความยิ่งใหญ่ของ " โชว์รูม " นั้นไม่เท่ากับชีวิตของ " สมชาย "
ผม ชอบประโยคหนึ่งที่เขาบอกกับคณะกรรมการของ " โตโยต้า " ในช่วงการสัมภาษณ์ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดสินว่าจะอนุมัติให้ " สมชาย " เป็น " ดีลเลอร์ " ขายรถโตโยต้าหรือไม่
" ผมไม่มีอะไรที่เหนือกว่าคนอื่น ผมมีเพียงแค่ใจที่เหนือคน "
" ขนาดหัวใจ " ของ " สมชาย " คนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ
" สมชาย " จบแค่ ป. 5
ตอนเรียนนั้น เขามีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่าเด็กนักเรียนคนอื่นตรงที่
เรียนชั้นละ 2 ปี จนถึง ป. 5 ครูประจำชั้นทนไม่ได้ ต้องแอบเอาข้อสอบมาให้ที่บ้าน กลัวว่าเขาจะสอบตก
" สมชาย " ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน ไปทำงานตามร้านขายของชำ ขายหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ทำทุกอย่างที่ได้เงิน เขาเป็นคนสู้งาน ทำงานที่ไหนเถ้าแก่ก็รัก วันหนึ่ง เขาไปทำงานที่บริษัทเสริมสุข ส่ง " เป๊ปซี่ " ตามร้านต่างๆ ในจังหวัดอุบลฯ ทำงานไม่กี่เดือน เขาก็ได้เป็น " พนักงานขายดีเด่น " ที่ทำยอดขายสูงสุดในประเทศไทย 1,200 กว่าลังต่อวัน จำนวนลังที่ขายได้ต่อวันมากกว่าปริมาณที่รถจะบรรทุกได้ครับ เขาขาย 2 รอบ
เคล็ดลับการขายของ " สมชาย " ก็คือ ออกรถเช้ากว่าคนอื่น
เขาออกรถตั้งแต่ตีห้า 11 โมงเขาก็ขายหมด
กลับมาบรรทุก " เป๊ปซี่ " ใหม่อีกเที่ยวหนึ่ง แล้วตระเวนไปตามร้านอื่นๆ ต่อ
" ผมไม่ได้ขายแค่ร้านริมถนน แต่ในซอย หรือตามบ้าน ผมก็ส่ง "
3 ปีผ่านไป เขาก็ยังรักษาสถิตินักขายดีเด่นเอาไว้ได้
ซึ่งตามหลักเขาควรจะได้รับการโปรโมตในตำแหน่งที่สูงขึ้น
แต่ " สมชาย " ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าตำแหน่งผู้จัดการนั้นต้องมีอายุ 36 ปีขึ้นไป " สมชาย " ตัดสินใจลาออก และเดินตามความฝันในวัยเด็กของเขา
เขาชอบ " รถยนต์ " " สมชาย " เดินไปสมัครงานที่ " โตโยต้าอุบลราชธานี " ดีลเลอร์ขายรถโตโยต้าเก่าแก่ในเมืองอุบลฯ
คำถามแรกที่เจอก็คือ " จบอะไรมา " พอบอกว่า ป. 5 เถ้าแก่ก็ปฏิเสธ
" ตอนนี้เขารับแต่ ปริญญาตรี หรือ ปวส. "
" สมชาย " รู้ว่าคุณสมบัติสู้ไม่ได้ เขาจึงยื่นข้อเสนอใหม่
เป็นข้อเสนอแบบ " ก๊อดฟาเธอร์ "
" นี่คือ ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ "
" ก๊อดฟาเธอร์ " นั้นใช้บารมีหรือความเหี้ยมโหดทำให้คนฟังต้องสยบยอม
แต่ข้อเสนอของ " สมชาย " เป็นข้อเสนอที่คนฟังไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
ข้อเสนอของเขามี 3 ข้อครับ
1. ทำงานอะไรก็ได้
2. เงินเดือนเท่าไรก็ได้
และ 3. ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด
" คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้ามีคนเสนอเงื่อนไขแบบนี้ " คุณสมชายถามผมบนเวที
... ทำงานอะไรก็ได้ เงินเดือนเท่าไรก็ได้ และทำงานไม่มีวันหยุด
" แบบนี้ต้องมาปล้นแน่ๆ เลย " ผมตอบ ... มุข ครับ มุข
" เถ้าแก่ " คนไหนเจอคนมาสมัครงานแล้วเสนอเงื่อนไขแบบนี้ อย่างน้อยเขาก็ต้องรู้สึกว่าไอ้เด็กคนนี้มันต้องขยัน และตั้งใจจริงอย่างแน่นอน
นั่นคือ เหตุผลที่ " เถ้าแก่ " ตัดสินใจรับ " สมชาย " เข้าทำงาน
เริ่มต้นงานแรกด้วยการปัดกวาดรถและทำทุกอย่างที่ " เถ้าแก่ " ใช้
จนวันหนึ่ง " เถ้าแก่ " สั่งให้เขาไปส่งรถให้ลูกค้าที่ยโสธร
ให้เงินไป 30 บาท
2 ชั่วโมงหลังจากนั้นเขากลับมาพร้อมกับตังค์ทอน 13 บาท ขับรถไปส่ง และนั่งรถโดยสารกลับมา ไม่อู้ และซื่อสัตย์ เมื่อ โชว์รูมที่ยโสธรมีปัญหา " เถ้าแก่ " จึงส่ง " สมชาย " ไปดูแล 3 เดือนแรกเขาขายไม่ได้เลยสักคันเดียว
แต่สิ่งหนึ่งที่ " สมชาย " ค้นพบก็คือ คนที่มีรถเก่า ส่วนใหญ่อยากซื้อรถคันใหม่ แต่จะซื้อได้ก็ต้องขายรถเก่าให้ได้ก่อน
" สมชาย " จึงใช้กลยุทธ์หาพ่อค้ารถมือสองมารับซื้อรถ
พอขายรถเก่าได้ เขาก็จะมาซื้อรถใหม่กับ " สมชาย "
ยอดขายรถโตโยต้าที่ยโสธรพุ่งขึ้นเรื่อยๆ สิ้นปี " เถ้าแก่ " จัดงานปีใหม่ และบอกกับพนักงานทุกคนว่าสาขาอุบลฯ นั้นอยู่รอดได้เพราะสาขายโสธร
" หนู " ช่วย " ราชสีห์ "
" สมชาย " ทำงานที่ " โตโยต้าอุบลฯ " 15 ปี
เมื่อ " เถ้าแก่ " เสียชีวิต เขาก็ตัดสินใจลาออก
เลิกเป็น " ลูกจ้าง " และเริ่มต้นชีวิต " เถ้าแก่ " ตั้งแต่วันนั้น
เชื่อไหมครับว่าวันเปิดโชว์รูม " โตโยต้าดีเยี่ยม " เขาส่งจดหมายไปถึงผู้มีพระคุณ 5 คน
ขอเชิญมาร่วมงาน พร้อมกับ " ของขวัญ " ที่แทน " คำขอบคุณ "
เชิญเลือกรถโตโยต้า 1 คัน รุ่นไหนก็ได้ เลือกได้เลย
" น้ำใจ " ที่ยิ่งใหญ่ของ " สมชา ??" กลับได้รับ " คำตอบ " ที่งดงามยิ่งกว่า
งดงามอย่างไร ฉบับหน้าจะเล่าให้ฟังครับ
" ผม ไม่ได้ขายรถถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอื่น แต่ลูกค้าประทับใจในบริการ พอมาจอดรถปั๊บ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าขณะนี้มีลูกค้าท่านนั้นท่านนี้มาออกรถใหม่ ขอให้พนักงานทุกคนที่ว่างเว้นจากการทำงานมาร่วมพิธีส่งมอบรถ ซึ่งมีพนักงานมาร่วมส่งเป็นร้อยครับ "
สมชาย เหล่าสายเชื้อ เป็นเจ้าของโชว์รูมโตโยต้าดีเยี่ยม จังหวัดอุบลราชธานี นักธุรกิจภูธร ที่มีความรู้แค่ชั้น ป. 5 รับงานทุกอย่างที่ขวางหน้าตั้งแต่เด็กล้างรถ คนขับรถน้ำอัดลม จนขยับขึ้นมาเป็นเซลส์แมน และมีความฉลาดเฉลียวชนิดหาตัวจับยากมาตั้งแต่เด็ก แม้ฐานะยากจนแต่ดิ้นรนสู้ชีวิตจนกลายเป็นเจ้าของโชว์รูมโตโยต้าใหญ่ที่สุดใน เอเชีย
คือตัวอย่างของความน่าสนใจ ที่อยากเชิญชวนให้ติดตาม...นับจากนี้
เซลส์ดีเด่น
เดินหน้าล่าฝัน
" ผม เป็นคนเรียนเก่งมาก คือเรียนชั้นละ 2 ปี " คุณสมชาย เปิดประเด็นด้วยการยิงมุขเรียกเสียงหัวเราะ ก่อนเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาแบบเปิดเผยว่า ตัวเขาความจำไม่ค่อยดี ลักษณะเหมือนคนความจำสั้น เรียนได้ไม่เกิน 10 นาที เริ่มรู้สึกเบลอคล้ายมีอาการผิดปกติทางสมอง เวลาสอบไล่ทีไร มักได้ลำดับบ๊วยอยู่เสมอ หรืออาจได้รองบ๊วยบ้าง ถ้าเทอมนั้นมีคนขาดสอบ
แต่ด้วยความที่ไม่เป็นเด็กเกเร คุณครูจึงเมตตานำข้อสอบมาให้ทำถึงที่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงไม่จบ ป. 5
เมื่อค้นพบว่าการเอาดีทางเรียนหนังสือคงลำบาก จึงตัดสินใจยุติการเรียนในระบบแล้วออกมาหางานทำ...ทำงานสุจริตทุกอย่างที่ได้เงิน
" ขาย มาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ หัวอาหารสัตว์ ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ย ปลาร้า ยาเส้น หนังสือพิมพ์ กระทั่งน้ำอัดลม " คุณสมชาย เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนให้ข้อมูลน่าสนใจว่า ช่วงที่เขาทำงานอยู่กับ " เป๊ปซี่ " ส่งสินค้าให้ตามร้านค้าในตัวจังหวัดอุบลราชธานีนั้น เคยได้รับรางวัลเป็นพนักงานขายดีเด่น ทำยอดขายได้มากที่สุดถึง 1,222 ลัง ต่อวัน
คู่สนทนาแทบตกเก้าอี้ เมื่อได้ยินสถิติของยอดขายดังกล่าว จึงถามไถ่ถึงเทคนิคส่วนตัว คุณสมชาย จึงบรรยายให้เห็นภาพที่ดูเหมือนง่ายว่า
" อาศัย ตื่นเช้าและกลับดึก การออกจากบ้านแต่เช้าทำให้มีโอกาสไปไกลกว่า และสามารถเพิ่มรอบการทำงานได้มากกว่าคนอื่น และต้องไม่มองว่าร้านนี้ซื้อเท่าไหร่ ผมขายให้หมด 10 ลังก็ขาย ครึ่งลังก็ขาย เวลาผ่านไปร้านไหน ต้องเข้าไปสวัสดีครับ เป๊ปซี่มาเยี่ยมครับ ทำอย่างนี้ทุกร้านต้องขายได้ทุกร้าน คนอื่นเขาอาจไปเยี่ยม 50-60 ราย ต่อวัน แต่ผมต้องเยี่ยมให้ได้ 300-400 ราย ต่อวัน "
คุณสมชายเป็นพนักงานขายดีเด่น ติดต่อกันนาน 3 ปี จึงตัดสินใจลาออก เพื่อ " ล่าฝัน " ครั้งยังเยาว์
" เป็นความฝันตั้งแต่เป็นเด็กว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์ เคยไปเกาะกระจกโชว์รูม แล้วคิดว่า จะทำอย่างไรถึงจะได้เป็น จนเข้ากรุงเทพฯ เห็นแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าเต็มไปหมด เลยวิเคราะห์เองว่ารถแท็กซี่ต้องวิ่งวันละ 24 ชั่วโมง รถจึงต้องทนทาน ถ้าได้เป็นตัวแทนของโตโยต้า คงทำงานไม่ยาก เพราะผลิตภัณฑ์เขาดี " เจ้าของเรื่องราว เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มธุรกิจในฝัน
และ ก่อนก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจำหน่าย คุณสมชายเคยทำงานเป็นเซลส์ขายรถยนต์โตโยต้าประจำดีลเลอร์แห่งหนึ่งในจังหวัด อุบลราชธานีมาก่อน แต่กว่าจะได้เข้ามาจับงานขาย ด้วยความที่จบเพียงชั้น ป. 5 เขาจึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำหน้าที่ปัดกวาดและทำงานทุกอย่างตามแต่เถ้าแก่ บัญชาเสียก่อน
ครั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปได้ราว 15 ปี เขาจึงมีโอกาสผงาดขึ้นเป็น " เถ้าแก่ " เองบ้าง
" พอ ถึงวันที่ทำได้อย่างฝัน เลยใส่ทุกอย่างเข้าไปเต็มที่ โชว์รูมของผม มีร้านอาหาร ห้องรับรอง ร้านเสริมสวย ร้านกาแฟ คาราโอเกะ เรียกว่าครบวงจร แต่เดิมมีพื้นที่ 22 ไร่เศษ ลงทุนไป 800 ล้านบาท และตอนนี้กำลังขยายไปอีก 60 ไร่ " คุณสมชาย เล่าน้ำเสียงไม่โอ้อวด แต่ท้าทายต่อว่า
" ถ้าใครเจอโชว์รูมหรือศูนย์บริการที่ไหนดีกว่าของผม ผมให้แสนนึงเลย "
ดีเยี่ยม ไม่เป็นรอง ที่หนึ่ง...เท่านั้น
ความมั่นใจว่าอาณาจักรของเขา " ดีเยี่ยม " ไม่เป็นรองใครนั้น คุณสมชายมีข้อมูลมายืนยัน โดยแจงให้ฟังดังตัวอย่าง
" ลูกค้า ที่มาซื้อรถที่ดีเยี่ยม จะรู้สึกเหมือนไปซื้อรถที่ห้างสยามพารากอน เพราะผมสร้างโชว์รูม ที่หรูหรา สง่างาม แค่เดินผ่านห้องน้ำ ฝาชักโครกยกขึ้นอัตโนมัติ น้ำไหลใส่มือไม่ต้องบิด ทุกอย่างอัตโนมัติหมด "
" โต โยต้าดีเยี่ยมไม่ได้ขายรถถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอื่น แต่ลูกค้าประทับใจในบริการ พอมาจอดรถปั๊บ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าขณะนี้มีลูกค้าท่านนั้นท่านนี้มาออกรถใหม่ ขอให้พนักงานทุกคนที่ว่างเว้นจากการทำงานมาร่วมพิธีส่งมอบรถ ซึ่งมีพนักงานมาร่วมส่งเป็นร้อยครับ " คุณสมชาย เล่าจบประโยคนี้ มีปฏิกิริยาตื่นเต้นจากคนฟังในวันนั้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนสำทับถึงความดีเยี่ยมในแบบของเขาต่อว่า
" ลูกค้า ที่มาซื้อรถ ต้องรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของโชว์รูมมูลค่านับพันล้านบาทที่เปิด 365 วัน จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ มีคาราโอเกะ ร้านเสริมสวย ไว้คอยให้บริการฟรีหมด เขาต้องรู้สึกว่าเสียเงินซื้อรถแล้วคุ้มค่า แล้วเวลาลูกค้าเข้ามาหาโชว์รูม ไม่ต้องเดินนะครับ มีรถกอล์ฟพาเที่ยวชมแต่ละจุด เรียกว่าลูกค้าทุกคนเป็นวีไอพีเหมือนกันหมด "
สนทนา มาถึงตรงนี้มีคำถามทำไมต้องใช้คำว่า " ดีเยี่ยม " เจ้าของกิจการมูลค่าพันล้านบาท จึงอธิบายด้วยเสียงดังฟังชัดว่า เป็นความตั้งใจจริงของเขาที่ต้องการอยู่ใน " อันดับหนึ่ง " เท่านั้น ทั้งๆ ที่สมัยเรียนหนังสือเขาครองอันดับบ๊วยมาตลอด
" ตอน เปิดบริษัท มีการมอบนโยบาย ผมบอกกับลูกน้องว่า ต้องการที่หนึ่งอย่างเดียว ที่สองก็ไม่เอา ปรากฏว่าทุกคนในบริษัทออกอาการมึนงง และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในประเทศไทยมีตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าถึง 200 กว่าแห่ง "
" แต่ ผมก็ฝ่าฟันจากอันดับ 80 กว่ามาเป็น 50 กว่า เดี๋ยวนี้ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งแล้ว หมายความว่าความพึงพอใจจากลูกค้าของผมมาเป็นอันดับหนึ่งครับ " คุณสมชาย เล่าก่อนยิ้มปลื้ม
ถาม ไถ่ถึงหลักในการบริหารคน คุณสมชายบอกเขามักพูดคุยให้คนที่เข้ามาสมัครเข้าทำงานเข้าใจว่า ชีวิตของทุกคนมีคุณค่าเหมือนกัน เมื่อเข้ามาแล้วทุกคนจะเป็นทั้งลูก ทั้งน้อง ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี แต่ทุกคนต้องตั้งใจทำงานด้วย
" ผม บอกลูกน้องเสมอว่าคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่สามารถเลือกเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่มีความมุ่งมั่น อะไรที่คุณกลัวอย่าไปกลัว ให้เดินเข้าหามันเลย "
" มี ช่างคนหนึ่งมาปรึกษาผม บอกทำงานอยู่ 3 ปี อยากเป็นเซลส์แต่ทำไม่ได้ ผมบอกยังไม่ลอง แล้วรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ ปรากฏเดือนแรกเขาขายได้ 22 คัน เดือนที่สองได้อีก เดือนที่สามก็ได้อีก เทคนิคที่ผมบอกเขาไปคือคุณต้องฉกฉวยโอกาส มาถึงแต่เช้า เที่ยงไม่กิน เย็นเพื่อนเลิกงานแล้ว ก็ยังไม่กลับรอจนค่ำมืด สุดท้ายช่างคนนั้นกลายเป็นท็อปเซลส์ไปเลย " คุณสมชาย เล่าให้ฟัง ฉกฉวยทุกโอกาส เชื่อมั่น ทำได้
บุคลิก โดดเด่นของนักธุรกิจพันล้านท่านนี้ที่มีการกล่าวขานกันมากในหมู่ผู้ใกล้ชิด นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ " คนรอบตัว " ในทุกระดับ
ยก ตัวอย่างเมื่อครั้งการก่อสร้างโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชียใกล้เสร็จ เขาถือโอกาสเชิญช่างอิฐ-หิน-ปูน-ทราย รวมถึงผู้รับเหมาทุกคนมารับเลี้ยงโต๊ะจีน เพื่อแทนคำขอบคุณที่ทุกคนมาช่วยสร้างให้ฝันของเขาเป็นจริง
" ผม บอกกับช่างทุกคนว่า หากไม่มีพวกท่านโชว์รูมของผมคงไม่มีทางสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะออกใบประกาศให้พวกเขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากวันไหนมีโอกาสผ่านไปมา สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนใช้บริการได้ทุกเวลา "
" ปรากฏช่างคนหนึ่งซาบซึ้งใจ อยากอุดหนุนผม จึงขอจองรถ 1 คัน กระทั่งจบงานเลี้ยง ผมขายรถให้กับผู้รับเหมาได้ทั้งหมด 55 คัน " คุณสมชาย เล่าเหมือนไม่ตื่นเต้น แต่ทำเอาคู่สนทนาตกใจแทบจะพลัดตกจากเก้าอี้เป็นครั้งที่สอง
ความ ละเอียดอ่อนของคุณสมชาย ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะช่วงเวลาที่เขากำลังมีความสุขกับอาณาจักรตรงหน้า แต่เขาก็ไม่เคยละเลย ระลึกถึง " ผู้มีพระคุณ " ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เขาก้าวมาถึงฝั่งฝันดังเช่นทุกวันนี้
" ตอน จะเปิดโชว์รูมผมส่งจดหมายไปยังผู้มีพระคุณหลายๆ ท่าน ขอให้สละเวลามาเลือกรถไปใช้ตามชอบ โดยผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่ทุกท่านไม่ขอรับ ให้เหตุผลกลับมาว่า ให้ผมเก็บเอาไว้ทำทุน "
" ช่วง ปีใหม่ผมจึงนำเงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้กับพวกท่านอีก คราวนี้ทุกท่านรับไว้ แต่พอถึงเทศกาลตรุษจีน พวกท่านก็นำเงินก้อนนั้นกลับมามอบให้ผมเป็นแต๊ะเอีย " คุณสมชาย เล่า
ย้อน ถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งต้องฝ่าฟันมรสุม " ต้มยำกุ้ง " เมื่อครั้งปี 2540 คุณสมชาย ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า ช่วงเวลานั้นสถาบันการเงิน 65 แห่งต้องปิดตัวลง นักธุรกิจแทบทุกวงการ ล้วนตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา แต่หากมัวพร่ำบ่นว่าแย่ คงหมดกำลังใจไปนานแล้ว
" ผม ไม่เคยท้อ เพราะท้อแล้วไม่มีประโยชน์ ท้อแล้วมันทำให้หมดกำลังใจ เราต้องรีบอาบน้ำ แล้วเติมกำลังใจให้ตัวเองใหม่ เพราะคนเราขาดกำลังใจไม่ได้ ปัญหาคือความสำเร็จปลอมตัวมาทดสอบเรา เหมือนข้อสอบ " คุณสมชาย บอกจริงจัง ก่อนเผยกลยุทธ์เมื่อครั้งนั้น
" ช่วง เศรษฐกิจไม่ดี หลายคนคิดว่าไม่มีโอกาสเพราะตลาดเต็ม แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น กลับกันคือ ต้องเร่งขยายงาน เพราะคู่แข่งก็คือคู่แข่งอยู่ดี จึงต้องแตกต่างทำงานให้มากกว่าคนอื่น เมื่อมีคนตกงานมาสมัครงานกันมาก เลยสามารถคัดคนได้ " คุณสมชาย เล่า ก่อนฝากมุมมองไว้ด้วยว่า คนที่ประสบความสำเร็จมักฉกฉวยโอกาสจากโชคร้าย แต่คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าจะฉกฉวยในทุกโอกาส
แม้ จะจบการศึกษาในระบบเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หากแต่ว่ามาวันนี้ กลับได้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตไม่น้อยหน้าใคร คงมีใครหลายคนตั้งคำถามถึงเคล็ดลับในการทำงาน ซึ่งคุณสมชายมักแนะนำให้คนเหล่านั้นจุด " ไม้ขีดไฟ " ก้านแรกให้กับชีวิตของตัวเองเ ? ียก่อน และต้องมีความเชื่อมั่นว่าหากคนอื่นทำได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนอย่างเราทำไม่ได้ จากนั้นจึงลงมือปฏิบัติทันที
" ผม มักบอกทุกคนว่าไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาดูถูก แต่เราอย่าดูถูกตัวเอง ต้องบอกกับตัวเองว่าเราเป็นคนมีศักยภาพ พ่อแม่ยังรอความหวังจากเรา ญาติพี่น้องยังรอความหวังจากเรา "
" ถ้า เราไม่จุดไม้ขีดไฟชีวิตตอนนี้ หรือไม่ปรับปรุงตัวให้มีความแตกต่างจากคนอื่น ปีหนึ่งๆ มีคนจบปริญญาตรี 600,000 คน ที่พร้อมจะมาเป็นคู่แข่ง ฉะนั้น คุณต้องถีบตัวเอง ไม่มีใครเขาสร้างบริษัทมูลค่าร้อยล้านพันล้านบาท เพื่อรอให้คุณทำงานให้เรื่อยๆ เฉื่อยๆ หรอก "
" คน ที่รู้จักใช้เวลา คือคนที่รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะเวลามันผ่านแล้วผ่านเลย ย้อนกลับมาไม่ได้ กลับมาเถิดวันวานมีแต่เสียงเพลง ชีวิตจริงมันไม่มีหรอกครับ " คุณสมชาย ฝากแง่คิดทิ้งท้ายอย่างนั้น
_________________
ถ้าท้อก็เป็นถ่าน ถ้าผ่านก็เป็นเพชร
ท่าม กลางวิกฤตของแบรนด์ โตโยต้า ทั่วโลกที่ต้องเรียกคืนรถยนต์หลายรุ่นนับล้านคันมาแก้ไขข้อบกพร่อง แต่ที่ประเทศไทย โตโยต้า ยังครองยอดขายอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะ โตโยต้าดีเยี่ยม อุบลราชธานี ของเสี่ย สมชาย เหล่าสายเชื้อ เจ้าของโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชีย เบื้องหลังความสำเร็จ หนุ่มเมืองจันท์ แห่ง ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ( คอลัมภ์นิสต์) จะเล่าให้ฟัง
" หนุ่มเมืองจันท์ " เล่าว่า ผมเพิ่งกลับจากงาน " MICT สร้างคน สร้างชาติ " ที่จังหวัดอุบลราชธานี
ผมคุยกับ " สมชาย เหล่าสายเชื้อ " เจ้าของ " โตโยต้าดีเยี่ยม " ดีลเลอร์ขายรถโตโยต้ารายใหญ่ของอุบลราชธานี บอกตรงๆ ว่าไม่รู้จัก
ตอนอ่านข้อมูลของ " สมชาย " ที่ทีมงานส่งมาให้ก็เริ่มสนใจมากขึ้น
แต่พอได้เจอตัวจริง ยิ่งคุยยิ่งตะลึง ... ไปอยู่ที่ไหนมา
" โตโยต้าดีเยี่ยม " เป็นโชว์รูมของโตโยต้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 22 ไร่เศษ ใช้เงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท
และกำลังขยายไปอีก 60 ไร่
แต่ความยิ่งใหญ่ของ " โชว์รูม " นั้นไม่เท่ากับชีวิตของ " สมชาย "
ผม ชอบประโยคหนึ่งที่เขาบอกกับคณะกรรมการของ " โตโยต้า " ในช่วงการสัมภาษณ์ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดสินว่าจะอนุมัติให้ " สมชาย " เป็น " ดีลเลอร์ " ขายรถโตโยต้าหรือไม่
" ผมไม่มีอะไรที่เหนือกว่าคนอื่น ผมมีเพียงแค่ใจที่เหนือคน "
" ขนาดหัวใจ " ของ " สมชาย " คนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ
" สมชาย " จบแค่ ป. 5
ตอนเรียนนั้น เขามีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่าเด็กนักเรียนคนอื่นตรงที่
เรียนชั้นละ 2 ปี จนถึง ป. 5 ครูประจำชั้นทนไม่ได้ ต้องแอบเอาข้อสอบมาให้ที่บ้าน กลัวว่าเขาจะสอบตก
" สมชาย " ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน ไปทำงานตามร้านขายของชำ ขายหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ทำทุกอย่างที่ได้เงิน เขาเป็นคนสู้งาน ทำงานที่ไหนเถ้าแก่ก็รัก วันหนึ่ง เขาไปทำงานที่บริษัทเสริมสุข ส่ง " เป๊ปซี่ " ตามร้านต่างๆ ในจังหวัดอุบลฯ ทำงานไม่กี่เดือน เขาก็ได้เป็น " พนักงานขายดีเด่น " ที่ทำยอดขายสูงสุดในประเทศไทย 1,200 กว่าลังต่อวัน จำนวนลังที่ขายได้ต่อวันมากกว่าปริมาณที่รถจะบรรทุกได้ครับ เขาขาย 2 รอบ
เคล็ดลับการขายของ " สมชาย " ก็คือ ออกรถเช้ากว่าคนอื่น
เขาออกรถตั้งแต่ตีห้า 11 โมงเขาก็ขายหมด
กลับมาบรรทุก " เป๊ปซี่ " ใหม่อีกเที่ยวหนึ่ง แล้วตระเวนไปตามร้านอื่นๆ ต่อ
" ผมไม่ได้ขายแค่ร้านริมถนน แต่ในซอย หรือตามบ้าน ผมก็ส่ง "
3 ปีผ่านไป เขาก็ยังรักษาสถิตินักขายดีเด่นเอาไว้ได้
ซึ่งตามหลักเขาควรจะได้รับการโปรโมตในตำแหน่งที่สูงขึ้น
แต่ " สมชาย " ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าตำแหน่งผู้จัดการนั้นต้องมีอายุ 36 ปีขึ้นไป " สมชาย " ตัดสินใจลาออก และเดินตามความฝันในวัยเด็กของเขา
เขาชอบ " รถยนต์ " " สมชาย " เดินไปสมัครงานที่ " โตโยต้าอุบลราชธานี " ดีลเลอร์ขายรถโตโยต้าเก่าแก่ในเมืองอุบลฯ
คำถามแรกที่เจอก็คือ " จบอะไรมา " พอบอกว่า ป. 5 เถ้าแก่ก็ปฏิเสธ
" ตอนนี้เขารับแต่ ปริญญาตรี หรือ ปวส. "
" สมชาย " รู้ว่าคุณสมบัติสู้ไม่ได้ เขาจึงยื่นข้อเสนอใหม่
เป็นข้อเสนอแบบ " ก๊อดฟาเธอร์ "
" นี่คือ ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ "
" ก๊อดฟาเธอร์ " นั้นใช้บารมีหรือความเหี้ยมโหดทำให้คนฟังต้องสยบยอม
แต่ข้อเสนอของ " สมชาย " เป็นข้อเสนอที่คนฟังไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
ข้อเสนอของเขามี 3 ข้อครับ
1. ทำงานอะไรก็ได้
2. เงินเดือนเท่าไรก็ได้
และ 3. ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด
" คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้ามีคนเสนอเงื่อนไขแบบนี้ " คุณสมชายถามผมบนเวที
... ทำงานอะไรก็ได้ เงินเดือนเท่าไรก็ได้ และทำงานไม่มีวันหยุด
" แบบนี้ต้องมาปล้นแน่ๆ เลย " ผมตอบ ... มุข ครับ มุข
" เถ้าแก่ " คนไหนเจอคนมาสมัครงานแล้วเสนอเงื่อนไขแบบนี้ อย่างน้อยเขาก็ต้องรู้สึกว่าไอ้เด็กคนนี้มันต้องขยัน และตั้งใจจริงอย่างแน่นอน
นั่นคือ เหตุผลที่ " เถ้าแก่ " ตัดสินใจรับ " สมชาย " เข้าทำงาน
เริ่มต้นงานแรกด้วยการปัดกวาดรถและทำทุกอย่างที่ " เถ้าแก่ " ใช้
จนวันหนึ่ง " เถ้าแก่ " สั่งให้เขาไปส่งรถให้ลูกค้าที่ยโสธร
ให้เงินไป 30 บาท
2 ชั่วโมงหลังจากนั้นเขากลับมาพร้อมกับตังค์ทอน 13 บาท ขับรถไปส่ง และนั่งรถโดยสารกลับมา ไม่อู้ และซื่อสัตย์ เมื่อ โชว์รูมที่ยโสธรมีปัญหา " เถ้าแก่ " จึงส่ง " สมชาย " ไปดูแล 3 เดือนแรกเขาขายไม่ได้เลยสักคันเดียว
แต่สิ่งหนึ่งที่ " สมชาย " ค้นพบก็คือ คนที่มีรถเก่า ส่วนใหญ่อยากซื้อรถคันใหม่ แต่จะซื้อได้ก็ต้องขายรถเก่าให้ได้ก่อน
" สมชาย " จึงใช้กลยุทธ์หาพ่อค้ารถมือสองมารับซื้อรถ
พอขายรถเก่าได้ เขาก็จะมาซื้อรถใหม่กับ " สมชาย "
ยอดขายรถโตโยต้าที่ยโสธรพุ่งขึ้นเรื่อยๆ สิ้นปี " เถ้าแก่ " จัดงานปีใหม่ และบอกกับพนักงานทุกคนว่าสาขาอุบลฯ นั้นอยู่รอดได้เพราะสาขายโสธร
" หนู " ช่วย " ราชสีห์ "
" สมชาย " ทำงานที่ " โตโยต้าอุบลฯ " 15 ปี
เมื่อ " เถ้าแก่ " เสียชีวิต เขาก็ตัดสินใจลาออก
เลิกเป็น " ลูกจ้าง " และเริ่มต้นชีวิต " เถ้าแก่ " ตั้งแต่วันนั้น
เชื่อไหมครับว่าวันเปิดโชว์รูม " โตโยต้าดีเยี่ยม " เขาส่งจดหมายไปถึงผู้มีพระคุณ 5 คน
ขอเชิญมาร่วมงาน พร้อมกับ " ของขวัญ " ที่แทน " คำขอบคุณ "
เชิญเลือกรถโตโยต้า 1 คัน รุ่นไหนก็ได้ เลือกได้เลย
" น้ำใจ " ที่ยิ่งใหญ่ของ " สมชา ??" กลับได้รับ " คำตอบ " ที่งดงามยิ่งกว่า
งดงามอย่างไร ฉบับหน้าจะเล่าให้ฟังครับ
" ผม ไม่ได้ขายรถถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอื่น แต่ลูกค้าประทับใจในบริการ พอมาจอดรถปั๊บ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าขณะนี้มีลูกค้าท่านนั้นท่านนี้มาออกรถใหม่ ขอให้พนักงานทุกคนที่ว่างเว้นจากการทำงานมาร่วมพิธีส่งมอบรถ ซึ่งมีพนักงานมาร่วมส่งเป็นร้อยครับ "
สมชาย เหล่าสายเชื้อ เป็นเจ้าของโชว์รูมโตโยต้าดีเยี่ยม จังหวัดอุบลราชธานี นักธุรกิจภูธร ที่มีความรู้แค่ชั้น ป. 5 รับงานทุกอย่างที่ขวางหน้าตั้งแต่เด็กล้างรถ คนขับรถน้ำอัดลม จนขยับขึ้นมาเป็นเซลส์แมน และมีความฉลาดเฉลียวชนิดหาตัวจับยากมาตั้งแต่เด็ก แม้ฐานะยากจนแต่ดิ้นรนสู้ชีวิตจนกลายเป็นเจ้าของโชว์รูมโตโยต้าใหญ่ที่สุดใน เอเชีย
คือตัวอย่างของความน่าสนใจ ที่อยากเชิญชวนให้ติดตาม...นับจากนี้
เซลส์ดีเด่น
เดินหน้าล่าฝัน
" ผม เป็นคนเรียนเก่งมาก คือเรียนชั้นละ 2 ปี " คุณสมชาย เปิดประเด็นด้วยการยิงมุขเรียกเสียงหัวเราะ ก่อนเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาแบบเปิดเผยว่า ตัวเขาความจำไม่ค่อยดี ลักษณะเหมือนคนความจำสั้น เรียนได้ไม่เกิน 10 นาที เริ่มรู้สึกเบลอคล้ายมีอาการผิดปกติทางสมอง เวลาสอบไล่ทีไร มักได้ลำดับบ๊วยอยู่เสมอ หรืออาจได้รองบ๊วยบ้าง ถ้าเทอมนั้นมีคนขาดสอบ
แต่ด้วยความที่ไม่เป็นเด็กเกเร คุณครูจึงเมตตานำข้อสอบมาให้ทำถึงที่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงไม่จบ ป. 5
เมื่อค้นพบว่าการเอาดีทางเรียนหนังสือคงลำบาก จึงตัดสินใจยุติการเรียนในระบบแล้วออกมาหางานทำ...ทำงานสุจริตทุกอย่างที่ได้เงิน
" ขาย มาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ หัวอาหารสัตว์ ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ย ปลาร้า ยาเส้น หนังสือพิมพ์ กระทั่งน้ำอัดลม " คุณสมชาย เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนให้ข้อมูลน่าสนใจว่า ช่วงที่เขาทำงานอยู่กับ " เป๊ปซี่ " ส่งสินค้าให้ตามร้านค้าในตัวจังหวัดอุบลราชธานีนั้น เคยได้รับรางวัลเป็นพนักงานขายดีเด่น ทำยอดขายได้มากที่สุดถึง 1,222 ลัง ต่อวัน
คู่สนทนาแทบตกเก้าอี้ เมื่อได้ยินสถิติของยอดขายดังกล่าว จึงถามไถ่ถึงเทคนิคส่วนตัว คุณสมชาย จึงบรรยายให้เห็นภาพที่ดูเหมือนง่ายว่า
" อาศัย ตื่นเช้าและกลับดึก การออกจากบ้านแต่เช้าทำให้มีโอกาสไปไกลกว่า และสามารถเพิ่มรอบการทำงานได้มากกว่าคนอื่น และต้องไม่มองว่าร้านนี้ซื้อเท่าไหร่ ผมขายให้หมด 10 ลังก็ขาย ครึ่งลังก็ขาย เวลาผ่านไปร้านไหน ต้องเข้าไปสวัสดีครับ เป๊ปซี่มาเยี่ยมครับ ทำอย่างนี้ทุกร้านต้องขายได้ทุกร้าน คนอื่นเขาอาจไปเยี่ยม 50-60 ราย ต่อวัน แต่ผมต้องเยี่ยมให้ได้ 300-400 ราย ต่อวัน "
คุณสมชายเป็นพนักงานขายดีเด่น ติดต่อกันนาน 3 ปี จึงตัดสินใจลาออก เพื่อ " ล่าฝัน " ครั้งยังเยาว์
" เป็นความฝันตั้งแต่เป็นเด็กว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์ เคยไปเกาะกระจกโชว์รูม แล้วคิดว่า จะทำอย่างไรถึงจะได้เป็น จนเข้ากรุงเทพฯ เห็นแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าเต็มไปหมด เลยวิเคราะห์เองว่ารถแท็กซี่ต้องวิ่งวันละ 24 ชั่วโมง รถจึงต้องทนทาน ถ้าได้เป็นตัวแทนของโตโยต้า คงทำงานไม่ยาก เพราะผลิตภัณฑ์เขาดี " เจ้าของเรื่องราว เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มธุรกิจในฝัน
และ ก่อนก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจำหน่าย คุณสมชายเคยทำงานเป็นเซลส์ขายรถยนต์โตโยต้าประจำดีลเลอร์แห่งหนึ่งในจังหวัด อุบลราชธานีมาก่อน แต่กว่าจะได้เข้ามาจับงานขาย ด้วยความที่จบเพียงชั้น ป. 5 เขาจึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำหน้าที่ปัดกวาดและทำงานทุกอย่างตามแต่เถ้าแก่ บัญชาเสียก่อน
ครั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปได้ราว 15 ปี เขาจึงมีโอกาสผงาดขึ้นเป็น " เถ้าแก่ " เองบ้าง
" พอ ถึงวันที่ทำได้อย่างฝัน เลยใส่ทุกอย่างเข้าไปเต็มที่ โชว์รูมของผม มีร้านอาหาร ห้องรับรอง ร้านเสริมสวย ร้านกาแฟ คาราโอเกะ เรียกว่าครบวงจร แต่เดิมมีพื้นที่ 22 ไร่เศษ ลงทุนไป 800 ล้านบาท และตอนนี้กำลังขยายไปอีก 60 ไร่ " คุณสมชาย เล่าน้ำเสียงไม่โอ้อวด แต่ท้าทายต่อว่า
" ถ้าใครเจอโชว์รูมหรือศูนย์บริการที่ไหนดีกว่าของผม ผมให้แสนนึงเลย "
ดีเยี่ยม ไม่เป็นรอง ที่หนึ่ง...เท่านั้น
ความมั่นใจว่าอาณาจักรของเขา " ดีเยี่ยม " ไม่เป็นรองใครนั้น คุณสมชายมีข้อมูลมายืนยัน โดยแจงให้ฟังดังตัวอย่าง
" ลูกค้า ที่มาซื้อรถที่ดีเยี่ยม จะรู้สึกเหมือนไปซื้อรถที่ห้างสยามพารากอน เพราะผมสร้างโชว์รูม ที่หรูหรา สง่างาม แค่เดินผ่านห้องน้ำ ฝาชักโครกยกขึ้นอัตโนมัติ น้ำไหลใส่มือไม่ต้องบิด ทุกอย่างอัตโนมัติหมด "
" โต โยต้าดีเยี่ยมไม่ได้ขายรถถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายอื่น แต่ลูกค้าประทับใจในบริการ พอมาจอดรถปั๊บ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าขณะนี้มีลูกค้าท่านนั้นท่านนี้มาออกรถใหม่ ขอให้พนักงานทุกคนที่ว่างเว้นจากการทำงานมาร่วมพิธีส่งมอบรถ ซึ่งมีพนักงานมาร่วมส่งเป็นร้อยครับ " คุณสมชาย เล่าจบประโยคนี้ มีปฏิกิริยาตื่นเต้นจากคนฟังในวันนั้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนสำทับถึงความดีเยี่ยมในแบบของเขาต่อว่า
" ลูกค้า ที่มาซื้อรถ ต้องรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของโชว์รูมมูลค่านับพันล้านบาทที่เปิด 365 วัน จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ มีคาราโอเกะ ร้านเสริมสวย ไว้คอยให้บริการฟรีหมด เขาต้องรู้สึกว่าเสียเงินซื้อรถแล้วคุ้มค่า แล้วเวลาลูกค้าเข้ามาหาโชว์รูม ไม่ต้องเดินนะครับ มีรถกอล์ฟพาเที่ยวชมแต่ละจุด เรียกว่าลูกค้าทุกคนเป็นวีไอพีเหมือนกันหมด "
สนทนา มาถึงตรงนี้มีคำถามทำไมต้องใช้คำว่า " ดีเยี่ยม " เจ้าของกิจการมูลค่าพันล้านบาท จึงอธิบายด้วยเสียงดังฟังชัดว่า เป็นความตั้งใจจริงของเขาที่ต้องการอยู่ใน " อันดับหนึ่ง " เท่านั้น ทั้งๆ ที่สมัยเรียนหนังสือเขาครองอันดับบ๊วยมาตลอด
" ตอน เปิดบริษัท มีการมอบนโยบาย ผมบอกกับลูกน้องว่า ต้องการที่หนึ่งอย่างเดียว ที่สองก็ไม่เอา ปรากฏว่าทุกคนในบริษัทออกอาการมึนงง และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในประเทศไทยมีตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าถึง 200 กว่าแห่ง "
" แต่ ผมก็ฝ่าฟันจากอันดับ 80 กว่ามาเป็น 50 กว่า เดี๋ยวนี้ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งแล้ว หมายความว่าความพึงพอใจจากลูกค้าของผมมาเป็นอันดับหนึ่งครับ " คุณสมชาย เล่าก่อนยิ้มปลื้ม
ถาม ไถ่ถึงหลักในการบริหารคน คุณสมชายบอกเขามักพูดคุยให้คนที่เข้ามาสมัครเข้าทำงานเข้าใจว่า ชีวิตของทุกคนมีคุณค่าเหมือนกัน เมื่อเข้ามาแล้วทุกคนจะเป็นทั้งลูก ทั้งน้อง ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี แต่ทุกคนต้องตั้งใจทำงานด้วย
" ผม บอกลูกน้องเสมอว่าคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่สามารถเลือกเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่มีความมุ่งมั่น อะไรที่คุณกลัวอย่าไปกลัว ให้เดินเข้าหามันเลย "
" มี ช่างคนหนึ่งมาปรึกษาผม บอกทำงานอยู่ 3 ปี อยากเป็นเซลส์แต่ทำไม่ได้ ผมบอกยังไม่ลอง แล้วรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ ปรากฏเดือนแรกเขาขายได้ 22 คัน เดือนที่สองได้อีก เดือนที่สามก็ได้อีก เทคนิคที่ผมบอกเขาไปคือคุณต้องฉกฉวยโอกาส มาถึงแต่เช้า เที่ยงไม่กิน เย็นเพื่อนเลิกงานแล้ว ก็ยังไม่กลับรอจนค่ำมืด สุดท้ายช่างคนนั้นกลายเป็นท็อปเซลส์ไปเลย " คุณสมชาย เล่าให้ฟัง ฉกฉวยทุกโอกาส เชื่อมั่น ทำได้
บุคลิก โดดเด่นของนักธุรกิจพันล้านท่านนี้ที่มีการกล่าวขานกันมากในหมู่ผู้ใกล้ชิด นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ " คนรอบตัว " ในทุกระดับ
ยก ตัวอย่างเมื่อครั้งการก่อสร้างโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชียใกล้เสร็จ เขาถือโอกาสเชิญช่างอิฐ-หิน-ปูน-ทราย รวมถึงผู้รับเหมาทุกคนมารับเลี้ยงโต๊ะจีน เพื่อแทนคำขอบคุณที่ทุกคนมาช่วยสร้างให้ฝันของเขาเป็นจริง
" ผม บอกกับช่างทุกคนว่า หากไม่มีพวกท่านโชว์รูมของผมคงไม่มีทางสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะออกใบประกาศให้พวกเขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากวันไหนมีโอกาสผ่านไปมา สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนใช้บริการได้ทุกเวลา "
" ปรากฏช่างคนหนึ่งซาบซึ้งใจ อยากอุดหนุนผม จึงขอจองรถ 1 คัน กระทั่งจบงานเลี้ยง ผมขายรถให้กับผู้รับเหมาได้ทั้งหมด 55 คัน " คุณสมชาย เล่าเหมือนไม่ตื่นเต้น แต่ทำเอาคู่สนทนาตกใจแทบจะพลัดตกจากเก้าอี้เป็นครั้งที่สอง
ความ ละเอียดอ่อนของคุณสมชาย ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะช่วงเวลาที่เขากำลังมีความสุขกับอาณาจักรตรงหน้า แต่เขาก็ไม่เคยละเลย ระลึกถึง " ผู้มีพระคุณ " ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เขาก้าวมาถึงฝั่งฝันดังเช่นทุกวันนี้
" ตอน จะเปิดโชว์รูมผมส่งจดหมายไปยังผู้มีพระคุณหลายๆ ท่าน ขอให้สละเวลามาเลือกรถไปใช้ตามชอบ โดยผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่ทุกท่านไม่ขอรับ ให้เหตุผลกลับมาว่า ให้ผมเก็บเอาไว้ทำทุน "
" ช่วง ปีใหม่ผมจึงนำเงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้กับพวกท่านอีก คราวนี้ทุกท่านรับไว้ แต่พอถึงเทศกาลตรุษจีน พวกท่านก็นำเงินก้อนนั้นกลับมามอบให้ผมเป็นแต๊ะเอีย " คุณสมชาย เล่า
ย้อน ถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งต้องฝ่าฟันมรสุม " ต้มยำกุ้ง " เมื่อครั้งปี 2540 คุณสมชาย ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า ช่วงเวลานั้นสถาบันการเงิน 65 แห่งต้องปิดตัวลง นักธุรกิจแทบทุกวงการ ล้วนตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา แต่หากมัวพร่ำบ่นว่าแย่ คงหมดกำลังใจไปนานแล้ว
" ผม ไม่เคยท้อ เพราะท้อแล้วไม่มีประโยชน์ ท้อแล้วมันทำให้หมดกำลังใจ เราต้องรีบอาบน้ำ แล้วเติมกำลังใจให้ตัวเองใหม่ เพราะคนเราขาดกำลังใจไม่ได้ ปัญหาคือความสำเร็จปลอมตัวมาทดสอบเรา เหมือนข้อสอบ " คุณสมชาย บอกจริงจัง ก่อนเผยกลยุทธ์เมื่อครั้งนั้น
" ช่วง เศรษฐกิจไม่ดี หลายคนคิดว่าไม่มีโอกาสเพราะตลาดเต็ม แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น กลับกันคือ ต้องเร่งขยายงาน เพราะคู่แข่งก็คือคู่แข่งอยู่ดี จึงต้องแตกต่างทำงานให้มากกว่าคนอื่น เมื่อมีคนตกงานมาสมัครงานกันมาก เลยสามารถคัดคนได้ " คุณสมชาย เล่า ก่อนฝากมุมมองไว้ด้วยว่า คนที่ประสบความสำเร็จมักฉกฉวยโอกาสจากโชคร้าย แต่คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าจะฉกฉวยในทุกโอกาส
แม้ จะจบการศึกษาในระบบเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หากแต่ว่ามาวันนี้ กลับได้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตไม่น้อยหน้าใคร คงมีใครหลายคนตั้งคำถามถึงเคล็ดลับในการทำงาน ซึ่งคุณสมชายมักแนะนำให้คนเหล่านั้นจุด " ไม้ขีดไฟ " ก้านแรกให้กับชีวิตของตัวเองเ ? ียก่อน และต้องมีความเชื่อมั่นว่าหากคนอื่นทำได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนอย่างเราทำไม่ได้ จากนั้นจึงลงมือปฏิบัติทันที
" ผม มักบอกทุกคนว่าไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาดูถูก แต่เราอย่าดูถูกตัวเอง ต้องบอกกับตัวเองว่าเราเป็นคนมีศักยภาพ พ่อแม่ยังรอความหวังจากเรา ญาติพี่น้องยังรอความหวังจากเรา "
" ถ้า เราไม่จุดไม้ขีดไฟชีวิตตอนนี้ หรือไม่ปรับปรุงตัวให้มีความแตกต่างจากคนอื่น ปีหนึ่งๆ มีคนจบปริญญาตรี 600,000 คน ที่พร้อมจะมาเป็นคู่แข่ง ฉะนั้น คุณต้องถีบตัวเอง ไม่มีใครเขาสร้างบริษัทมูลค่าร้อยล้านพันล้านบาท เพื่อรอให้คุณทำงานให้เรื่อยๆ เฉื่อยๆ หรอก "
" คน ที่รู้จักใช้เวลา คือคนที่รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะเวลามันผ่านแล้วผ่านเลย ย้อนกลับมาไม่ได้ กลับมาเถิดวันวานมีแต่เสียงเพลง ชีวิตจริงมันไม่มีหรอกครับ " คุณสมชาย ฝากแง่คิดทิ้งท้ายอย่างนั้น
_________________
ถ้าท้อก็เป็นถ่าน ถ้าผ่านก็เป็นเพชร
อยากมีสามีฉลาดๆแบบนี้บ้างจัง...อ่านกี่ครั้งก็ขำตลอด
อยากมีสามีฉลาดๆแบบนี้บ้างจัง...อ่านกี่ครั้งก็ขำ ตลอด
นังเมียโง่
ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมาก นี่นา
เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไป อยู่กันมา
กลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้
นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆ นะเนี่ยไม่ใช่คุย
ตอนเด็กๆสมัยประถมผมจะได้รับ
คำชมจากคุณครูประจำชั้น
อยู่เสมอๆ จะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชา คัดไทย เขียนไทย
ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม
เพราะผมสังเกตุเห็นนังเมียมันจะตบมือดังๆ แล้วก็เอ่ยปากชม ไม่ขาดปากว่าเก่งยังโน้นเก่งยังนี้ เวลา
ผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว
ล้างชามได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้ แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่
จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วย
ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก ความจริงนังเมียมันไม่บอก ผมก็รู้ อยู่แล้ว
ผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง
ขนาดแอร์ ทีวี ที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆ มันยังทำไม่เป็น
รีโมท ตั้งอยู่ข้างหน้านังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง
มือขวาแก้วน้ำหวาน ปากก็บอกว่า นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ
แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา แน่ะรีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น
มันโง่จริงๆผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้ง ก็ยังทำไม่เป็น
จนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน
จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้
เอ่อ แต่นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างนะ
อย่างเช่นว่าวันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแนะแถมยังจำแม่น
บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหนวันไหน
มันรู้หมดแนะ ผมยังแปลกใจโง่ๆ แบบนี้รู้ได้ไง
แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก มานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน ทุกเดือนเสียเวลา
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย
นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก
โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ 'นังเมียหัวขี้เลื่อย'
ภาคสอง แก้แค้น
วันก่อนผมก็มีวีรกรรมได้แกล้ง นังเมียโง่ของผม สะจายจิงๆ
เรื่องมันมีอยู่ว่า
อาทิตย์ที่แล้วพาเมียโง่ ไปซื้อกับข้าวมื้อค่ำ
ได้ปลาดุกย่าง สะเดาน้ำปลาหวาน (ของโปรดผมคือหนังปลาดุก)
เผลอแป๊บเดียว (ผมอาบน้ำอยู่)
นังเมียโง่ของผมแอบลอกหนังปลาดุกกินเสียเกลี้ยง ดูสิดูมันทำ
ด้วยความฉลาดของผม เก็บความแค้นอยู่ในใจ
วันต่อมาถึงวันล้างแค้นนังเมียโง่ของผม ไปจ่ายตลาด มันกำลังท้อง
อยากกินมันเทศต้ม ซื้อมา 2 กิโล
ถึงบ้านพอมันเผลอ
ผมลงมือแก้แค้นทันทีโดยไม่ให้นังเมียโง่ของผมตั้งตัว
ผมจัดการลอกเปลือกมันต้มกินจนเกลี้ยง
เหลือแต่เนื้อให้มัน เพื่อนๆครับ มันมาเจอถึงกลับตะลึง ทำท่าน้ำตาคลอ
คงเจ็บใจผมจนพูดไม่ออกเลย555ให้มันรู้ซะบ้าง 'นังเมียโง่'
นังเมียโง่
ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมาก นี่นา
เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไป อยู่กันมา
กลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้
นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆ นะเนี่ยไม่ใช่คุย
ตอนเด็กๆสมัยประถมผมจะได้รับ
คำชมจากคุณครูประจำชั้น
อยู่เสมอๆ จะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชา คัดไทย เขียนไทย
ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม
เพราะผมสังเกตุเห็นนังเมียมันจะตบมือดังๆ แล้วก็เอ่ยปากชม ไม่ขาดปากว่าเก่งยังโน้นเก่งยังนี้ เวลา
ผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว
ล้างชามได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้ แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่
จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วย
ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก ความจริงนังเมียมันไม่บอก ผมก็รู้ อยู่แล้ว
ผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง
ขนาดแอร์ ทีวี ที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆ มันยังทำไม่เป็น
รีโมท ตั้งอยู่ข้างหน้านังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง
มือขวาแก้วน้ำหวาน ปากก็บอกว่า นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ
แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา แน่ะรีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น
มันโง่จริงๆผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้ง ก็ยังทำไม่เป็น
จนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน
จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้
เอ่อ แต่นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างนะ
อย่างเช่นว่าวันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแนะแถมยังจำแม่น
บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหนวันไหน
มันรู้หมดแนะ ผมยังแปลกใจโง่ๆ แบบนี้รู้ได้ไง
แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก มานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน ทุกเดือนเสียเวลา
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย
นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก
โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ 'นังเมียหัวขี้เลื่อย'
ภาคสอง แก้แค้น
วันก่อนผมก็มีวีรกรรมได้แกล้ง นังเมียโง่ของผม สะจายจิงๆ
เรื่องมันมีอยู่ว่า
อาทิตย์ที่แล้วพาเมียโง่ ไปซื้อกับข้าวมื้อค่ำ
ได้ปลาดุกย่าง สะเดาน้ำปลาหวาน (ของโปรดผมคือหนังปลาดุก)
เผลอแป๊บเดียว (ผมอาบน้ำอยู่)
นังเมียโง่ของผมแอบลอกหนังปลาดุกกินเสียเกลี้ยง ดูสิดูมันทำ
ด้วยความฉลาดของผม เก็บความแค้นอยู่ในใจ
วันต่อมาถึงวันล้างแค้นนังเมียโง่ของผม ไปจ่ายตลาด มันกำลังท้อง
อยากกินมันเทศต้ม ซื้อมา 2 กิโล
ถึงบ้านพอมันเผลอ
ผมลงมือแก้แค้นทันทีโดยไม่ให้นังเมียโง่ของผมตั้งตัว
ผมจัดการลอกเปลือกมันต้มกินจนเกลี้ยง
เหลือแต่เนื้อให้มัน เพื่อนๆครับ มันมาเจอถึงกลับตะลึง ทำท่าน้ำตาคลอ
คงเจ็บใจผมจนพูดไม่ออกเลย555ให้มันรู้ซะบ้าง 'นังเมียโง่'
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
โครงสร้างการบริหารส่วนราชการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสงขลา
โครงสร้างการบริหารส่วนราชการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสงขลา
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/Government_management_structure.pdf
แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี(พ.ศ.2554-2557)
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/plan4year54-57.pdf
การประเมินแผนปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2553
มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/work53.pdf
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/affirmative53.pdf
แผนปฏิบัติราชการประจำปีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/government53.pdf
KPI Template ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา รอบ 12 เดือน
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/kpi53.pdf
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/Government_management_structure.pdf
แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี(พ.ศ.2554-2557)
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/plan4year54-57.pdf
การประเมินแผนปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2553
มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/work53.pdf
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/affirmative53.pdf
แผนปฏิบัติราชการประจำปีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/government53.pdf
KPI Template ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสงขลา รอบ 12 เดือน
http://www.songkhla.ru.ac.th/uploads/pdf/kpi53.pdf
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ปั้นปึง วง The Backup เพลงดังในอดีต กับชีวิตที่สูญสิ้นของผู้ร้องเพลงนี้ จากโรคพิษสุราเรื้อรัง
เพลงนี้เมื่อ 10 กว่าปี ที่แล้ว ดังมากมาย เนื้อเพลงที่โดนใจคุณผู้ชายที่อกหักทั้งหลาย กับบทเพลงที่ชื่อว่า"ปั้นปึง"ของศิลปินวงเดอะ แบ็กอัพ วัยรุ่นยุคนั้นน่าจะจำกันได้ เพลงนี้ถ้าจำไม่ผิด จะดังตีคู่มากับเพลง"ไม่ต้องห่วงฉัน" ของวงโลโซ แตกต่างกันก็คือวงโลโซนั้น ต้นสังกัด คือแกรมมี่ แต่วงเดอะ แบ็กอัพ สังกัดค่ายเพลงเล็กๆ แต่เพลงก็ดังเทียบชั้นกับวงของศิลปินค่ายใหญ่ได้
ปัจจุบัน นี้นักร้องนำคือคุณ แอ๊ด-ประจวบ พิมพ์ทรัพย์ ตามข่าวได้ระบุว่าได้ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง เป็นเหตุให้อนาคตในวงการเพลงของเขาได้จบลงไป ซึ่งช่วงทอล์กโชว์ของรายการ "ตีสิบ" ช่อง 3 อังคารที่ 9 พ.ย. 53 นี้ จะเป็นเรื่องของ แอ๊ด-ประจวบ พิมพ์ทรัพย์ อดีตนักร้องวงเดอะ แบ็กอัพ เจ้าของเพลงฮิต "ปั้นปึง" ซึ่งป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังขั้นรุนแรง เมื่อวีที ถามถึงอาการป่วยก็ได้คำตอบว่า สุราไปทำลายสมองจนเพ้อเห็นผี ถูกส่งเข้า รพ.ไปรักษาตัว ก็แอบกินเหล้าอีกจนเลือดออกจมูกเป็นลิ่มๆ จนต้องส่งเข้า รพ. ศรีธัญญา
-------------------------------
จากคมชัดลึก
ส่วนนักร้องอีกรายที่เงียบหายจากวงการบันเทิงไปนาน ล่าสุด นายประจวบ พิมพ์ทรัพย์ หรือ “แอ๊ด” นักร้องนำวงแบ็คอัพ เจ้าของเพลงปั้นปึง ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ตีสิบ” โดยมีนางอารี พิมพ์ทรัพย์ มารดา และ น.ส.สายธาร นิยมกาญจน์ หรือ “ต่าย” เพื่อนสนิทมาร่วมรายการด้วย
น.ส.สายธาร กล่าวว่า สนิทกับแอ๊ดมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ทำอัลบั้มอยู่ค่ายนีโอด้วยกัน อาการป่วยเริ่มแรกนั้น ทราบเมื่อให้แอ๊ดมาช่วยสอนหลานร้องเพลงที่บ้าน เมื่อมาถึงก็ขอกินเหล้า เราก็ไปซื้อมาให้กิน กินอยู่ไม่นานก็อาเจียนอย่างหนัก ถามว่าเป็นอะไร เขาก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่ออีกเลย
ขณะที่นางอารี กล่าวว่า ก่อนที่จะตัดสินใจพาแอ๊ดเข้าโรงพยาบาล เขาจะตาแข็งตลอดเวลา หูแว่ว แล้วก็เพ้อ บอกแม่ว่ามีคนมายิง ให้หลบ บางทีก็พูดคุยคนเดียว แม่มาเห็นเขาตอนที่อาการหนักแล้ว เถ้าแก่ที่แอ๊ดร้องเพลงที่ร้านเขาโทรมาหาแม่ บอกให้มารับแอ๊ด เพราะแอ๊ดอาการแย่มากแล้ว ตอนแรกที่พาไปโรงพยาบาลหมอบอกว่าเป็นพิษสุราเรื้อรัง มีอาการสมองฝ่อเพราะพิษเหล้า ต้องส่งเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งทางโรงพยาบาลบอกว่าสมองเขาเหมือนคนอายุ 60 ปี จะหลงๆ ลืมๆ บ้าง ถ้าได้รับยาที่ดีก็มีโอกาสฟื้นขึ้นมาถึง 60-70%
แม่นักร้องกล่าวอีกว่า แอ๊ดเคยอาละวาดอยากจะออกจากโรงพยาบาล แม่เข้าไปห้าม แอ๊ดเลยจับแม่ฟาดกับกำแพง เป็นแผลต้องเย็บถึง 5 เข็ม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อาการลูกชายดีขึ้นมาก ย้ายมารักษาตัวที่สถาบันธัญญารักษ์ กำลังอยู่ในขั้นฟื้นฟูจิตใจ อีกไม่นานน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้
ขณะที่นักร้องหนุ่ม ซึ่งเดินทางมาถึงห้องส่งหลังอัดรายการไปสักครู่ ให้สัมภาษณ์พิธีกรว่า เคยมาออกรายการตีสิบนานมาแล้ว ตอนนั้นมาแลกกันร้องกับคุณอาไวพจน์ เพชรสุพรรณ ร้องเพลงอีลุบตุ๊บป่อง และเมื่อถามว่าเคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ตอนนั้นป่วยเป็นอะไร แอ๊ดตอบว่า เป็นเพราะกินเหล้าเยอะเกินไป และเมื่อถามว่าตอนนี้ย้ายมาฟื้นฟูที่สถาบันธัญญารักษ์ ทำอะไรบ้างในวันหนึ่งๆ แอ๊ดบอกว่า สวดมนต์ นั่งสมาธิ
“ส่วนสาเหตุที่เราป่วยเป็นเพราะกินเหล้าเยอะ แล้วผมไม่ค่อยกินข้าวด้วย ก็เลยทำให้เป็นพิษสุราเรื้อรัง” แอ๊ดกล่าวและว่า สุราเป็นสิ่งไม่ดี อย่าดื่มสุรา ให้หันมาดื่มนมกันดีกว่า
-------------------------------
ปั้นปึง
The Backup
อย่าทำอย่างนั้น
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
หากขาดเธอคงหมดใจ
ขาดเธอไปคงหมดกัน
สิ่งที่ฝัน วาดไว้อย่างสวยงาม
อยู่กันมาตั้งเท่าไร
ผิดตรงไหนก็พูดกัน
โปรดอย่าทำ ไปอย่างนั้น
ให้เจ็บใจ
ขาดเธอไปคงหมดกัน
สิ่งที่ฝัน วาดไว้อย่างสวยงาม
อยู่กันมาตั้งเท่าไร
ผิดตรงไหนก็พูดกัน
โปรดอย่าทำ ไปอย่างนั้น
ให้เจ็บใจ
อย่าทำอย่างนั้น
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
ประโยชน์อะไร
ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่
เมื่อไม่รู้ จะมีมันอยู่เพื่อใคร
ภาพความทรงจำ
คือเธอคนเดียวในใจ
ขาดเธอไป จะอยู่ไปก็เท่านั้น
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
ประโยชน์อะไร
ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่
เมื่อไม่รู้ จะมีมันอยู่เพื่อใคร
ภาพความทรงจำ
คือเธอคนเดียวในใจ
ขาดเธอไป จะอยู่ไปก็เท่านั้น
ประโยชน์อะไร
ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่
เมื่อไม่รู้ จะมีมันอยู่เพื่อใคร
ภาพความทรงจำ
คือเธอคนเดียวในใจ
ขาดเธอไป จะอยู่ไปก็เท่านั้น
อย่าทำอย่างนั้น
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
จะโกรธจะแค้น ฉันนั้นมากแค่ไหน
จงเข้าใจ ไม่เคยรักใครเท่าเธอ
ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่
เมื่อไม่รู้ จะมีมันอยู่เพื่อใคร
ภาพความทรงจำ
คือเธอคนเดียวในใจ
ขาดเธอไป จะอยู่ไปก็เท่านั้น
อย่าทำอย่างนั้น
อย่าไปไกลไกลจากฉัน
ทิ้งความเคยผูกพัน
มันทำร้ายกันรู้ไหม
จะโกรธจะแค้น ปั้นปึงกันเรื่องใด
ขอเธอจงเข้าใจ
ไม่เคยรักใครจริงจริง
จะโกรธจะแค้น ฉันนั้นมากแค่ไหน
จงเข้าใจ ไม่เคยรักใครเท่าเธอ
-------------------------------
วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




































